ด้วยกับการถือศีลอดเป็นเวลาหลายชั่วโมงท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเวลากลางวันของเดือนรอมฎอน จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำการถือศีลอดที่จะต้องระมัดระวังและหมั่นตรวจสอบรูปแบบการดื่มน้ำของตนเอง เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าเขาจะยังคงมีสุขภาพร่างกายที่ดี และรู้สึกชุ่มชื้นสมดุลอยู่ตลอดทั้งเดือนรอมฎอน
Riham Shamseddine นักกำหนดอาหารทางคลินิกและที่ปรึกษาด้านโภชนาการของ Rite Bite ได้บอกกล่าวเกี่ยวกับการดื่มน้ำและประโยชน์หรือข้อดีของโซเดียมที่อยู่ในน้ำไว้ดังนี้
แน่นอนว่าการที่เราทำการถือศีลอดและอดอาหารเป็นเวลามากกว่า 15 ชั่วโมงต่อวันนั้นส่งผลให้ร่างกายของเราตกอยู่ในภาวะขาดน้ำ เนื่องจากน้ำนั้นมีความสำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกาย และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ 60 – 70 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวของคนเราอุดมไปด้วยน้ำนั่นเอง Shamseddine ได้อธิบายว่า
“จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ถือศีลอดจะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอในช่วงเดือนรอมฎอน เพื่อที่จะป้องกันผลข้างเคียงที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็น อาการท้องผูก ปวดศรีษะ และผิวที่แห้งกร้าน”
โดยตามคำแนะนำของสถาบันการแพทย์แล้วนั้น ปริมาณของน้ำที่ร่างกายต้องการต่อวันสำหรับผู้ชายทั่วไปคือ 3 ลิตร และผู้หญิงคือ 2.5 ลิตร ซึ่งนักโภชนาการต่างก็ให้ความเห็นกันว่าเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา และน้ำอัดลม ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของปริมาณน้ำที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น
ส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของน้ำก็คือ “โซเดียม” ซึงเป็นอิเล็กโทรไลต์ที่มีความจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และรวมไปถึงการรักษาสมดุลของออสโมติก (Osmotic) หรือสมดุลของน้ำ และเกลือในร่างกายอีกด้วย
ถึงแม้ว่าเราจะถูกบอกกล่าวกันมาตลอดว่าให้ทำการลดปริมาณของโซเดียมลงในช่วงของเดือนรอมฎอน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงอาการกระหายน้ำที่จะเกิดขึ้นได้ในระหว่างที่ทำการถือศีลอด นักกำหนดอาหารอย่าง Shamseddine ก็ได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การบริโภคโซเดียมในปริมาณปานกลาง และเหมาะสมเพื่อที่จะสร้างความสมดุลของอาหารนั้นถือว่าเป็นสิ่งปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายในช่วงถือศีลอดแต่อย่างใด
จากข้อมูลและรายงานของ Shamseddine การจำกัดและเคร่งครัดในการงดบริโภคโซเดียมที่รุนแรงเกินไปนั้น อาจจะเป็นสาเหตุที่จะนำไปสู่ภาวะ Hypernatremia หรือภาวะโซเดียมต่ำได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการดังต่อไปนี้ เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อ อาการปวดศรีษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน หรือถ้าในเคสที่ร้ายแรงไปกว่านั้นก็คือ ทำให้เกิดภาพหลอน และหมดสติได้
Riham ได้ให้คำแนะนำว่า “จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องปรับและสร้างความสมดุลให้กับการบริโภคอาหารของเรา ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงการดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อร่างกาย และไม่บริโภคอาหารที่ผ่านการแปรรูปมากจนเกินไป เพื่อที่จะรักษาระดับความดันโลหิตและการทำงานของร่างกายในส่วนต่างๆ ให้มีความแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา”
โดยคำแนะนำและแนวทางจากนักโภชนาการอาหารที่จะมาช่วยลดความกระหายน้ำ และปกป้องร่างกายของเราให้ออกห่างจากอาการขาดน้ำในขณะถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอนนั้น มีดังต่อไปนี้
1. ให้ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาที่เราละศีลอดแล้วไปจนถึงช่วงที่เราทำการรับประทานอาหารซาฮูร
2. แบ่งการดื่มน้ำในระหว่างที่ไม่ได้ทำการถือศีลอดในช่วงเวลากลางคืนออกเป็นช่วงๆ แทนการดื่มปริมาณมากๆ ภายในครั้งเดียว
3. บริโภคผักและผลไม้ที่มีส่วนประกอบของน้ำสูง เช่น ผักใบเขียว ขึ้นฉ่าย กระหล่ำปลี บวบ แตงกวา แตงโม ส้ม และผลไม้อื่นๆ ที่มีรสชาติเปรี้ยว เป็นต้น
4. ให้ลดทอนการบริโภคอาหารที่มีรสชาติเค็มจัดหรือโซเดียมลง โดยให้บริโภคไม่เกิน 2300 มิลลิกรัมต่อวัน ตามข้อมูลและคำแนะนำของสมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา
5. หมั่นเติมความชุ่มชื่นให้กับร่างกายด้วยการดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมหลังจากการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังอย่างหนัก เพื่อเติมเต็มการสูญเสียโซเดียมที่ได้ออกมาผ่านเหงื่อ
ร่างกายของเราอาจจะพบกับสภาวะคั่งน้ำ (Fluid retention) ได้ หากเราไม่ดื่มน้ำเป็นเวลานาน ซึ่งสภาวะนี้จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของไต หัวใจ และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพอื่นๆได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องให้ความชุ่มชื้นต่อร่างกายของเราด้วยการดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอ เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันร่างกายของเราให้ออกห่างจากสภาวะคั่งน้ำ (Fluid retention) ที่อาจเกิดขึ้นได้
อ้างอิง: https://gulfnews.com/uae/5-ways-to-minimise-thirst-during-ramadan-1.2038605
แปลและเรียบเรียงข้อมูล: ธีรพงศ์ อ่าวน้ำ