6 ความจริงเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ที่อัลลอฮฺทรงบอกไว้ในคัมภีร์อัลกุรอ่าน ก่อนการค้นพบของนักวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันถึง 1400 กว่าปีที่แล้ว

1. ทฤษฎีบิกแบง

การกำเนิดของจักรวาล ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยอมรับกับปรากฏการณ์ที่เรียกว่าบิ้กแบงก์(Big Bang) เป็นทฤษฎีที่เชื่อว่าก่อนที่จะกำเนิดจักรวาลนั้นทุกอย่างเป็นเพียงกลุ่มเมฆ และกลุ่มหมอกที่รวมตัวกัน อัดแน่นกันโดยมีอุณหภูมิสูงจัด จากนั้นก็เกิดการระเบิดขนาดมหึมาขึ้นมา เป็นการกำเนิดของจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล อย่างที่เรารู้ในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ตรงกับ อายะห์อัลกุรอานในซุเราะห์ อัลอัมบิยาอฺ อายะหฺที่ 30 พระองค์ทรงดำรัสว่า
“และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นไม่สังเกตหรอกหรือว่า แท้จริง ฟากฟ้าและแผ่นดิน แต่เดิมมันผนึกเป็นชิ้นเดียวกันต่อมาเราก็จัดการแยกมันทั้งสอง (ออกจากกัน) และเราได้บันดาลทุกสิ่งที่มีชีวิตจากน้ำ แล้วไฉนเล่าพวกเขาจึงไม่ศรัทธา”
2. จักรวาลขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

จักรวาลที่เรากำลังอาศัยอยู่นี้กำลังขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ภายหลังการเกิดบิ้กแบงก์(Big Bang) หรือการระเบิดครั้งนั้น จักรวาลอันประกอบไปด้วยหลายล้านกาแลคซี (Galaxy) ที่ขยายตัวออกไปด้วยความเร็วสูงจนปัจจุบันระหว่างกาแลคซีก็ยิ่งห่างออกไปมากขึ้นทุกวัน ที่อัลเลาะห์ ซุบฮานาฮูว่าตะอาลา ทรงดำรัสในซูเราะห์อัซซาริยาต อายะห์ที่ 47 พระองค์ทรงดำรัสว่า
“และชั้นฟ้านั้นเราได้สร้างมันด้วยพระหัตถ์ของเรา และแท้จริงเราใด้แผ่มันให้กว้างไพศาล“
นั่นเป็นสิ่งที่ชี้ให้เราเห็นว่าแน่นอนพระองค์ทรงทำให้จักรวาลนี้ขยายแผ่ออกไปเรื่อยๆ ทุกวันๆ จนกระทั่งวันนี้ และอนาคตเช่นเดียวกัน
3. โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์

โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่นี้ไม่ได้อยู่นิ่งกับที่ แต่ก่อนมนุษย์คิดว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลทั้งดวงอาทิตย์ ดวงดาว ดวงจันทร์ โคจรรอบโลก แต่ความจริงที่พบในวิทยาศาสตร์ยุคใหม่คือ โลกกำลังโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วประมาณ 29.783 กิโลเมตรต่อวินาที ที่ตรงกับอายะห์อัลกุรอานในซูเราะห์ อัลนัมล์ อายะห์ที่ 88 พระองค์ทรงดำรัสว่า
“และเจ้าจะเห็นขุนเขาทั้งหลาย เจ้าจะคิดว่ามันติดอยู่กับที่ แต่มันล่องลอยไป เฉกเช่นการล่องลอยของปุยเมฆ นั่นคืองานของอัลเลาะห์ ซึ่งพระองค์ทรงทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดความเรียบร้อย แท้จริงพระองค์ทรงเป็นผู้ตระหนักในสิ่งที่เจ้ากระทำ”
ไม่ใช่เพียงแค่โลกที่เกิดการเคลื่อนไหว
4. การโคจรของดวงอาทิตย์

ดวงอาทิตย์ที่โลกกำลังโคจรรอบอยู่ก็เคลื่อนไหวเช่นกัน ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะจักรวาลมันก็ไม่อยู่นิ่ง ความจริงที่ค้นพบคือดวงอาทิตย์กำลังโคจรไปรอบๆศูนย์กลางกาแลคซี(Galaxy) ทางช้างเผือกด้วยความเร็วมากกว่า 220 กิโลเมตรต่อวินาที ในซูเราะห์ยาซีน อายะห์ที่ 37 พระองค์ทรงดำรัสว่า
“และดวงอาทิตย์โคจรตามวิถีของมัน นั่นคือกำหนดของพระผู้ทรงอำนาจ พระผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง”
5. ชั้นบรรยากาศปกคลุมโลก

โลกของเราถูกปกป้องไปด้วยชั้นบรรยากาศ ชั้นบรรยากาศนี้สร้างประโยชน์มากมายให้กับสิ่งมีชีวิต แถมยังช่วยป้องกันอันตรายจากรังสีจากดวงอาทิตย์ รังสีอุลตราไวโอเลต(Ultra Violet) เป็นรังสีที่อันตรายต่อผิวหนังของมนุษย์ และพืช และชั้นบรรยากาศนี้เช่นเดียวกันก็ทำให้อุกกาบาต ที่เข้ามาใกล้โลกเกิดการเผาไหม้แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กๆก่อนที่จะตกลงสู่ผิวโลก ในอัลกุรอานใช้คำว่าชั้นฟ้าเป็นเสมือนหลังคา ในซูเราะห์อัลอัมบิยา ในอายะห์ที่ 32 พระองค์ทรงดำรัสว่า
“และเราได้ทำให้ชั้นฟ้าเป็นหลังคาที่ถูกรักษาไว้ พวกเขาก็ยังผินหลังให้กับสัญญาณต่างๆของมัน”
ชั้นบรรยากาศไม่ใช่เพียงแค่ปกป้องแสงที่มาจากนอกโลก แต่ยังเป็นแหล่งรวบรวมน้ำซึ่งทำให้เกิดฝนบนโลก ชั้นบรรยากาศถูกแบ่งออกเป็น 4 ชั้น ชั้นแรกเรียกโทรโพสเฟียร์ (Troposphere) สูงจากพื้นดินประมาณ 15 กิโลเมตร อุณหภูมิจะค่อยๆ ลดต่ำลงในระดับความสูง แต่ในทางตรงกันข้ามความดันอากาศจะเพิ่มขึ้นเมื่อความสูงเพิ่มขึ้น ชั้นบรรยากาศนี้เป็นชั้นซึ่งที่เกี่ยวข้องกับภูมิสภาพอากาศบนพื้นโลกโดยตรง ส่วนหนึ่งก็คือทำให้ไอน้ำที่ระเหยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศนี้เกิดการควบแน่น กลายเป็นหยดน้ำ และหยดน้ำนี้ก็รวมตัวกลายเป็นเม็ดฝน ชั้นบรรยากาศนี้เปลี่ยนความร้อนให้กลายเป็น คาร์บอนไดออกไซด์ ในเวลากลางคืน ทำให้อุณหภูมิลดลดและอากาศเย็น อัลกุรอานมีกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในซูเราะห์อัตตอริก อายะห์ที่ 11 พระองค์ทรงดำรัสว่า
وَالسَّمَاءِ ذَاتِ الرَّجْعِ “ขอสาบานด้วยชั้นฟ้าที่หลั่งน้ำฝน” ในอายะห์นี้ใช้คำว่า อัรรอจ الرَّجْعِ มีความหมายว่ากลับคืน เราสามารถเข้าใจว่า ชั้นฟ้าที่เปลี่ยนให้ไอน้ำกลับคืนกลายเป็นเม็ดฝน และเปลี่ยนความร้อนให้กลับคืนไปเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ลงสู่พื้นโลกนั่นเอง เกิดเป็นวงจรของน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ที่อัลเลาะห์ ซุบฮานาฮูว่าตะอาลา ทรงสร้างสรรค์ขึ้น
6. ลักษณะของจุดดับสูญของดวงดาว

เมื่อปีคริสตศักราช 2001 ที่ผ่านมา องค์การ NASA ได้บันทึกภาพ จุดดับสูญดาวดวงหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปประมาณ หนึ่งพันปีแสง ด้วยกล้อง Telescope จากภาพถ่ายจะเห็นการระเบิดของดาวดวงหนึ่งซึ่งการระเบิดของมันนั้นมีกลุ่มควันสีแดงพวยพุ่งออกมาจากจุดศูนย์กลาง และแผ่กระจายออกไปรอบ ๆ ลักษณะคล้ายกับรูปดอกกุหลาบที่ผลิบานอยู่ซึ่งกลีบดอกของมันมีลักษณะเป็นมันประกายเนื่องจากความร้อนของไฟ ซึ่งปรากฏการณ์แบบนี้ มนุษย์เองก็เพิ่งจะได้เห็นเมื่อไม่นานมานี้
แต่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) พระองค์ดำรัสแก่มนุษย์ชาติไว้แล้วเมื่อพันสี่ร้อยปีที่ผ่านมา ถึงสภาพหนึ่งของวันกิยามะฮฺ ในอายะฮฺที่ 37 ซูเราะห์ อัร-เราะฮฺมาน ความว่า “ครั้นเมื่อท้องฟ้าได้แตกกระจายออก มันจะคล้ายกับกุหลาบแดงที่มีลักษณะเป็นมัน”
พระองค์ก็ได้กล่าวไว้อย่างหนักแน่นว่า “นี่คือคัมภีร์ (ของอัลลอฮฺ) ที่ไม่มีข้อเคลือบแคลงสงสัยอยู่ในนั้น” (อัล-กุรอ่าน ซูเราะฮฺบากอเราะฮฺ : 2)